ปรับสักนิด ปิดสวิทช์เบาหวาน

23 2563

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่คุกคามชีวิตคนมากมายทั่วโลก สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายชนิด แต่ที่พบเจอได้บ่อยที่สุด คือ โรคเบาหวานชนิดที่หนึ่ง และโรคเบาหวานชนิดที่สอง ความแตกต่างของทั้ง 2 ชนิด คือ

  1. โรคเบาหวานชนิดที่หนึ่ง เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ในการนำน้ำตาลไปใช้ พอร่างกายไม่มีอินซูลิน น้ำตาลจึงยังเหลือตกค้างอยู่ในเลือดเป็นจำนวนมาก กลายเป็นโรคเบาหวานในที่สุด
  2. โรคเบาหวานชนิดที่สอง ร่างกายยังผลิตอินซูลินได้ตามปกติ เพียงแต่เกิดภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance) ตรงตามชื่อ คือ ร่างกายไม่ยอมฟังคำสั่งของอินซูลิน ไม่ยอมนำน้ำตาลไปใช้ จนสุดท้ายกลายเป็นโรคเบาหวานเช่นเดียวกัน

การรักษาโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งให้หายขาดเป็นเรื่องที่ยังทำไม่ได้ในปัจจุบัน แต่โรคเบาหวานชนิดที่สองนั้นอาจทำได้ ด้วยความที่โรคเบาหวานชนิดที่สองเกิดจากภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งภาวะนี้มักเป็นผลมาจากการมีไขมันสะสมในช่องท้องที่มากเกินไป หรือเรียกง่าย ๆ ว่า อ้วนลงพุง เมื่อรู้แบบนี้จึงเกิดวิธีการรักษาแบบใหม่ที่เรียกว่า “การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (Lifestyle changes)” ขึ้นมา

พฤติกรรมของคนในปัจจุบันมักส่งเสริมให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงมากขึ้น โดยเฉพาะการกินอาหารที่ให้พลังงานสูง และการไม่ค่อยขยับร่างกาย แนวคิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจะมาช่วยแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้ โดยการส่งเสริมให้มีการกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม  และกระตุ้นให้มีการขยับร่างกายมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดก็เพื่อเป็นการลดไขมันที่สะสมในช่องท้อง และช่วยให้ภาวะดื้ออินซูลินลดลง

มีงานวิจัยที่นำแนวคิดเรื่องการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาใช้กับคนไข้เบาหวานชนิดที่สองที่มีภาวะอ้วนลงพุงร่วมด้วย งานวิจัยนี้แบ่งคนไข้เป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกให้คนไข้แต่ละคนกินอาหารที่ให้พลังงานน้อยมาก เทียบเท่ากับการกินอาหารเพียงวันละหนึ่งมื้อ ร่วมกับมีการตั้งเป้าหมายให้มีการนับจำนวนก้าวเดินในแต่ละวันเพื่อเป็นการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ส่วนอีกกลุ่มจะได้รับการรักษาตามมาตรฐาน

เมื่อครบกำหนดระยะเวลา 1 ปี จึงนำผลของทั้งสองกลุ่มมาเปรียบเทียบกัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต สามารถลดน้ำหนักตัวได้มากกว่า และเกือบครึ่งหนึ่งสามารถหายขาดจากโรคเบาหวานได้ ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับการรักษาตามมาตรฐานมีเพียงร้อยละ 4 เท่านั้นที่สามารถหายขาด

ถึงแม้ว่าผู้ป่วยกลุ่มแรกอีกครึ่งหนึ่งจะไม่สามารถหายขาดจากเบาหวานได้ แต่ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดและความดันโลหิตก็ลดลง จนเป็นผลให้สามารถหยุดยาเบาหวานและยาความดันได้มากกว่าอีกกลุ่มเช่นกัน เมื่อติดตามต่อจนครบ 2 ปี พบว่ากลุ่มแรกยังสามารถรักษาน้ำหนักตัวไว้ได้มากกว่า และมีผู้ป่วยจำนวน 1 ใน 3 ยังไม่มีอาการของโรคเบาหวานกลับมารบกวนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักคนไข้ในงานวิจัยนี้ เป็นการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องทำภายใต้การดูแลจากแพทย์และนักกำหนดอาหารเท่านั้น เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้นหากท่านใดสนใจอยากจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรักษาโรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์และนักกำหนดอาหารเพื่อช่วยกันประเมินและวางแผนเป็นรายบุคคล

สุดท้ายนี้การลดน้ำหนักยังคงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เราควรดูแลรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอเหมาะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการป้องกัน คือ การรักษาที่ดีที่สุด

 

ปรับสักนิด ปิดสวิทช์เบาหวาน

  • โรคเบาหวานที่พบได้บ่อยมี 2 ประเภท คือ โรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งและชนิดที่สอง
  • เบาหวานชนิดที่หนึ่งเกิดจากร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ในการนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ เมื่อไม่มีอินซูลิน น้ำตาลจึงยังเหลือตกค้างในเลือด
  • เบาหวานชนิดที่สองส่วนมากเกิดจากการมีไขมันรอบเอวมากเกินไป ทำให้ร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ไม่ยอมฟังคำสั่งของอินซูลิน จึงไม่นำน้ำตาลในเลือดไปใช้ ทำให้มีเหลือตกค้างเช่นกัน
  • เบาหวานชนิดที่หนึ่ง ต้องพึ่งพาการฉีดอินซูลินเป็นหลัก แต่เบาหวานชนิดที่สองมีการรักษาหลายวิธี เช่น ยากิน ยาฉีด หรือไม่ใช้ยา
  • หนึ่งในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ คือ การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (Lifestyle changes) เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อลดน้ำหนัก
  • มีการศึกษาพบว่าในผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำหนักเกิน มีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งสามารถหายขาดจากโรคเบาหวานได้ภายในระยะเวลา 1 ปี เมื่อลดน้ำหนักด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
  • ถึงแม้ผู้ป่วยบางคนอาจไม่หายขาด แต่ระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตก็ลดลง จนหลายคนสามารถหยุดยาได้
  • มีจำนวนถึง 1 ใน 3 ที่ยังคงไม่มีอาการของโรคเบาหวานเมื่อผ่านไปเป็นระยะเวลา 2 ปี
  • การลดน้ำหนักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เหมือนการศึกษานี้ จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์และนักกำหนดอาหารอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
  • ควรหมั่นดูแลน้ำหนักตัว รับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรก เพราะการป้องกัน คือ การรักษาที่ดีที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • โรคเบาหวานมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีสาเหตุที่ต่างกัน ส่งผลให้การรักษาแตกต่างกัน
  • การรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง และการไม่ออกกำลังกาย ก่อให้เกิดโรคอ้วนลงพุงและโรคเบาหวานชนิดที่สองตามมา
  • การลดน้ำหนักด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต จนอาจนำไปสู่การหายขาดจากโรคเบาหวานชนิดที่สองได้
  • การรักษาที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรกโดยการหมั่นดูแลน้ำหนักตัว รับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ

แหล่งอ้างอิง 

Lean, M. E., Leslie, W. S., Barnes, A. C., Brosnahan, N., Thom, G., McCombie, L., . . . Taylor, R. (2018). Primary care-led weight management for remission of type 2 diabetes (DiRECT): an open-label, cluster-randomised trial. Lancet, 391(10120), 541-551. doi:10.1016/S0140-6736(17)33102-1

Lean, M. E. J., Leslie, W. S., Barnes, A. C., Brosnahan, N., Thom, G., McCombie, L., . . . Taylor, R. (2019). Durability of a primary care-led weight-management intervention for remission of type 2 diabetes: 2-year results of the DiRECT open-label, cluster-randomised trial. Lancet Diabetes Endocrinol, 7(5), 344-355. doi:10.1016/S2213-8587(19)30068-3

Lebovitz, H. E. (2001). Insulin resistance: definition and consequences. Exp Clin Endocrinol Diabetes, 109(Suppl 2), S135-S148. doi:10.1055/s-2001-18576