รู้อย่างเข้าใจโรคความดันโลหิตสูง

รู้อย่างเข้าใจโรคความดันโลหิตสูง

Picture-F-1920x1080ความดันโลหิตสูง

คุณไตรภพ มีชัย, M.Sc.,CDT  B.Sc.,CDT.

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension / High blood pressure) เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยมีความดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติ ทำให้หัวใจต้องบีบตัวมากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดให้ไหลเวียนไปตามหลอดเลือด เป็นโรคที่มักไม่แสดงอาการให้เห็นในระยะต้นๆ ความดันโลหิตสูง จะเริ่มแสดงอาการก็ต่อเมื่อความดันโลหิตสูงได้ไปทำลายอวัยวะต่างๆ โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว หรือกล่าวกันว่าเป็น “Silent Killer” หรือ “เพชฌฆาตเงียบ” จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หลอดเลือดโป่งพอง โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย และเป็นสาเหตุของโรคไตได้ สำหรับผู้ที่มีความดันซิสทอลิกมากกว่า 140 มม.ปรอท และความดัน ไดแอสทอลิค มากกว่า 90 มม.ปรอท จัดว่ามีความดันโลหิตสูง

สาเหตุการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

สาเหตุของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ประเภทที่ 1 เรียกว่า ความดันโลหิตสูงแบบปฐมภูมิ (Primary Hypertension) ซี่งไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดได้      และมีผลต่อผู้ที่ความดันโลหิตสูงมากกว่าร้อยละ 95 หรือ มีสาเหตุที่อาจเกี่ยวข้องกัน เช่น ทางพันธุกรรมสภาพแวดล้อม หรือการใช้ชีวิตที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย สำหรับความดันโลหิตสูงประเภทที่ 2 เรียกว่า ความดันโลหิตสูงแบบทุติยภูมิ (Secondary Hypertension) อันเนื่องมาจากโรคต่างๆ เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบต่อมไร้ท่อและเนื้องอก

การจำแนกประเภทความดันโลหิต ในผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป

จำแนกประเภทความดันโลหิต

ปัจจัยที่มีผลกับความดันโลหิตสูง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

  1. ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้
  • อายุ
  • เพศ
  • กลุ่มเชื้อชาติ
  • พันธุกรรม
  1. ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้
  • ภาวะน้ำหนักเกิน หรือ อ้วน
  • บริโภคเกลือโซเดียมในปริมาณมากเกิน
  • ขาดการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย
  • บริโภคเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์มากเกิน
  • การสูบบุหรี่
  • ความเครียด

 อาการของโรคความดันโลหิตสูง

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า โรคความดันโลหิตสูงนั้น เปรียบดั่งเพชฌฆาตเงียบ เนื่องจากในระยะแรกเริ่ม มักไม่แสดงอาการใดๆออกมา จึงทำให้ผู้ที่เป็น ไม่รู้ตัวเอง จนกระทั่งเริ่มแสดงอาการออกมา โดยอาการที่น่าสงสัย มีดังนี้

  • มีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ หรือมักจะปวด ตอนตื่นนอนตอนเช้า และอาการจะทุเลาลงหลังตื่นนอน 2-3 ชั่วโมง
  • ตาพร่ามัว หูอื้อ มึนงง และอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
  • มีเลือดกำเดาไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ในขณะออกกำลังกาย มีอาการหายใจติดขัด หน้าแดง ใจสั่น
  • มีอาการอิดโรย เหนื่อยง่าย

โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากความดันโลหิตสูง

เราจะทราบว่ามีภาวะความดันโลหิตสูงก็ต่อเมื่อเราวัดความดันเท่านั้นแต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบว่า   เรามีความดันโลหิตสูง หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ สำหรับผู้ที่อยู่ในสองกลุ่มนี้จึงไม่ได้เฉลียวใจ ปล่อยให้ระดับความดันเพิ่มสูงขึ้น โดยมิได้ควบคุมเจ้าความดันโลหิตที่สูงนี้เอง มันก็แอบไปทำลายอวัยวะที่สำคัญอื่นๆ ให้ค่อยๆเสื่อมลง อย่างช้าๆ จนกระทั่งเกิดความผิดปกติที่ชัดเจนขึ้น และปรากฏอาการออกมา ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ก็สายเสียแล้วการรักษาจึงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุเท่านั้น

โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการขาดการควบคุมดูแลเป็นระยะเวลานานและจะก่อให้เกิดปัญหาแก่อวัยวะต่างๆ ได้แก่

  1. หัวใจและหลอดเลือด การที่มีความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานาน จะทำให้  หัวใจต้องทำงานหนักตลอดเวลา จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้น หัวใจห้องล่างซ้ายขยายตัว (Left Ventricular Hypertrophy) เมื่อทำงานหนัก ทำให้การบีบตัวของหัวใจอ่อนตัวลง หรือเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด (Myocardial Infarction) และ ด้วยเหตุนี้เอง อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ (Congestive Heart Failure)
  1. สมอง ผลกระทบของความดันโลหิตสูง จะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง เกิดการตีบตัน อาจทำให้เกิดอัมพาตถาวร หรือในกรณีที่เกิดเส้นเลือดแตกในสมอง (Stroke) อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
  1. ตา เส้นเลือดเล็กๆในตามีการแข็งตัว หรือตีบตัน ทำให้เลือดออกในชั้นจอประสาทตา อาจทำให้ตาบอดได้
  1. ไต เมื่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตเกิดการตีบตันจากภาวะความดันโลหิตสูง จะทำให้ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และอาจเกิดภาวะไตวาย (Kidney failure) จึงไม่สามารถขับโซเดียมได้ตามปกติ จึงเกิด    การคั่งของน้ำ ทำให้เกิดอาการบวมตามร่างกาย
Mascot-love-1200x1200